24 กุมภาพันธ์ 2564

เจาะลึกธุรกิจอุตสาหกรรมในช่วง Covid-19

 

ในขณะที่ไวรัสโควิด-19 ยังระบาด สร้างความลำบากต่อการดำเนินชีวิต ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบ สร้างวิกฤติให้กับหลากหลายธุรกิจ ปัจจัยลบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่มีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากกว่ารอบแรก ทำให้ภาครัฐออกคำสั่งปิดสถานที่บางแห่ง พร้อมทั้งกำหนดพื้นที่ควบคุม ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง ทั้งการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงการขนส่งสินค้าข้ามจังหวัด ยังมีความล่าช้าเนื่องจากมาตรการที่เข้มงวดของภาครัฐ

 

 

จากผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้ประเมินกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีทั้งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ และอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์ สรุปแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

 

 

  1. 1. อุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า – อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์

ในอุตสาหกรรมทั้ง 3 กลุ่ม ได้รับอานิสงส์มีการขยายกำลังผลิตเพิ่ม 1-4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากความจำเป็นในการอุปโภคและบริโภค และความกังวลของระยะเวลาการระบาด อย่างอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เนื้อไก่แช่แข็งและแช่เย็น ผักผลไม้แช่แข็ง ผลไม้และผักบรรจุกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์นม ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า จะเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ได้แก่ ตู้เย็น ไมโครเวฟ ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ วงจรรวมและฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ซึ่งเกิดความต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการ Work From Home จึงเกิดความจำเป็นในการหาอุปกรณ์การทำงาน จัดเก็บข้อมูล

 

ส่วนอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค และถุงมือยาง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ มีความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากประชาชนต้องการรักษาสุขอนามัย สร้างความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงสถานพยาบาล ที่่มีความต้องการทั้งตลาดในประเทศและนอกประเทศ คาดว่าในอุตสาหกรรมนี้ จะมีการผลิตเพิ่มขึ้น 5-10%

 

 

  1. 2. อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก มีโอกาสฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง อุตสาหกรรมแฟชั่น และอุตสาหกรรมยานยนต์

ช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเหล่านี้ได้รับผลกระทบ แต่ทั้งหมดเริ่มทรงตัว และเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า เนื่องจากมีการก่อสร้างต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ที่ยังเดินหน้าต่อ ทำให้ภาคการผลิตขยายตัวเล็กน้อย 0.5-1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เช่นเดียวกับ อุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง ที่เริ่มฟื้นตัวเช่นกัน

 

ส่วนอุตสาหกรรมแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ที่คาดว่าการผลิตจะขยายตัวราว 0.5-3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเกิดจากการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะของเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกัน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยังส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และกลุ่มน้ำมันเตา มีแนวโน้มในการขยายตัวเช่นกัน

 

 

  1. 3. อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตน้ำมันเครื่องบิน

สำหรับอุตสาหกรรมการบินค่อนข้างชัดเจนมาก เพราะยังมีข้อจำกัดจากการเดินทางทางอากาศ ซึ่งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ค่อนข้างนาน แม้จะมีวัคซีนโควิด -19 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในการทำให้ไวรัสโควิด-19 หยุดการแพร่ระบาด เพราะฉะนั้น ปีนี้คาดว่าอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันเครื่ืองบิน จะหดตัวราว 10.0-15.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

 

นอกจาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไป ในภาพรวมของการผลิตของอุตสาหกรรมโดยรวม ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดตามมา เช่นเดียวกับการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก ก็คือ การขาดวัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนนำเข้า การขาดสภาพคล่องทางการเงิน ภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะนี้ ผู้ประกอบการบางส่วนได้เตรียมความพร้อม วางแผนทางการเงินและการผลิตไว้บ้างแล้ว

 

ในระยะยาว ผู้ประกอบการยังต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ห่วงโซ่การผลิต สิ่งแวดล้อม และแรงงาน รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อพัฒนาสินค้ารองรับกับการเปลี่ยนแปลง

 

ส่วนภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหนักต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก จนถึงรอบใหม่ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank

Share :