18 กุมภาพันธ์ 2564

พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย กับเทคโนโลยี 5G

เทคโนโลยี 5G เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะเทคโนโลยี 5G ไม่ได้จำกัดการใช้งานเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ยังสามารถตอบโจทย์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้ด้วย และเทคโนโลยี 5G สำหรับประเทศไทยก็คือรากฐานสำคัญ ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจในระยะยาว

 

ภาครัฐประมาณการว่า เทคโนโลยี 5G จะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในปี 2578 และจะสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคอุตสาหกรรมได้กว่า 2.3 – 5 ล้านล้านบาท ในขณะที่ Qualcomm บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ภายในปี 2578 เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาทำรายได้ให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เป็นมูลค่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะสร้างรายได้ GDP สะสมระหว่างปี 2561-2578 อยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

การเข้ามาของเทคโนโลยี 5G ส่งผลให้เทคโนโลยี Internet of Things (IOTs) Artificial Intelligence (AI) และ Big Data เข้ามามีบทบาทและทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ช่วยทำให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำมาประยุกต์ใช้และต่อยอดให้ปรากฎเป็นรูปธรรมอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการนำหุ่นยนต์มาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม การจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ การใช้โดรน หรืออุปกรณ์เซ็นเซอร์ เพื่อช่วยในการบริหารจัดการเกษตร รถยนต์ที่มีระบบช่วยขับขี่ รวมไปถึงอุปกรณ์สวนใส่ติดตามตัว เพื่อช่วยในการดูแลสุขภาพ และช่วยให้การรักษาได้ผลแม่นยำยิ่งขึ้น

 

มีการประเมินกันว่า อุตสาหกรรมในกลุ่มสื่อและบันเทิง สาธารณสุข และขนส่ง จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G โดยระยะแรกจะใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก

 

“กลุ่มสื่อและบันเทิง” เทคโนโลยีจะมีบทบาทในการผลักดันให้เกิดรูปแบบใหม่ๆ ในการนำเสนอเนื้อหา ผ่านเทคโนโลยีแบบมัลติมีเดีย (multimedia) โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะยิ่งที่เป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมมีการพัฒนาเทคโนโลยีนำเสนอรูปแบบใหม่ขึ้นมาตอบสนองต่อผู้ชมให้ได้รับประสบการณ์ความบันเทิงได้ใกล้เคียงกับชีวิตปกติมากที่สุด 5G จะช่วยเร่งให้เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR) เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) เข้ามามีบทบาท เพิ่มสีสันให้กับธุรกิจบันเทิง เช่น การรับชมคอนเสิร์ต การสร้างประสบการณ์โฮโลแกรม หรือ 3D โฮโลแกรม จำลองภาพศิลปินมาให้สัมผัสแบบเสมือนจริง

 

ขณะที่ “กลุ่มสาธารณสุข” เริ่มเห็นชัดเจนแล้ว จากการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DES ได้จัดทำดาต้า HIE Alpha Test ระบบสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยี 5G เข้ามาสนับสนุน เชื่อมโยงข้อมูล เช่น การใช้ 5G ของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เชื่อมโยงข้อมูลกับโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้มีเข้าร่วมแล้ว 140 แห่ง เป็นการรวมฐานข้อมูลผู้ป่วยมาจัดเก็บไว้ในระบบคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) ของ NT ภายใต้รูปแบบเฮลท์แคร์ อนาคตข้อมูลเหล่านี้ จะถูกต่อยอดไปสู่การรักษาพยาบาลแบบทางไกล หรือทำให้การรักษาพยาบาลมีความแม่นยำ สะดวกสบาย สำหรับคนไข้มากยิ่งขึ้น

 

ส่วน “กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์”  เทคโนโลยี 5G จะเข้ามามีบทบาท ที่จะทำให้สามารถติดตามสถานะการขนส่งสินค้าได้แบบ Real Time ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก

 

ส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ รถยนต์ขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) วิ่งบนท้องถนนคงเป็นจริงในอีกไม่นาน โดยจะเป็นการรวบรวมเทคโนโลยีหลายแขนงมาประยุกต์เข้าด้วยกัน โดยมีเทคโนโลยี 5G มาเชื่อมโยงให้ทุกอย่างทำงานร่วมกันได้อย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยเริ่มทดสอบเทคโนโลยี 5G ใน Use Case แบบรถยนต์ไร้คนขับควบคุมแบบทางไกลแล้ว จากความร่วมมือของ AIS และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินทางระหว่างกรุงเทพ-สงขลา โดยข้อมูลต่างๆ ถูกส่งต่อมาจากระบบ VDO Analytics และยังสามารถทำการ Steaming VDO กลับมายังผู้ควบคุมรถผ่านเทคโนโลยี 5G

 

นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเคมี ระบบสาธารณูปโภค ภาคเกษตร และอื่นๆ เทคโนโลยี 5G ล้วนจะเข้ามามีบทบาททั้งสิ้น

 

หากแต่ต้องมีการเตรียมพร้อม โดยภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเตรียมรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และกฎระเบียบที่เข้มงวด ในอนาคตเทคโนโลยี 5G จะทำให้โลกมีการเชื่อมโยงถึงกันเป็นเครือข่าย ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์ให้เอื้อต่อการใช้บริการเทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่

Share :