Fiveloop พี่เลี้ยง SMEs ไทย ในสนามการค้าออนไลน์

เราช่วย SMEs ไทย สร้างธุรกิจดิจิทัล ด้วยผู้เชี่ยวชาญ

ประโยคที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ เป็นมิตร และวางใจได้

เราอยากช่วย SMEs ไทยให้สู้กับต่างชาติที่บุกเข้ามา สู้ด้วยดิจิทัล SMEs เขาอยากทำออนไลน์ เขามีไอเดีย แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เราเข้าไปช่วยตรงนี้ นี่คือเป้าหมายของเรา คุณสาโรจน์ อธิวิทวัส CEO แห่ง Fiveloop กล่าว

ร่วมถอดความคิดในความสำเร็จของ Fiveloop ที่มาจากความมุ่งมั่นที่จะเป็น ผู้ประกอบการ ที่ช่วยผู้ประกอบการช่วยเหล่า SMEs ไทย ให้ก้าวเข้าสู่สนามดิจิทัล ได้อย่างมั่นคง และครบวงจร….กับแนวทางทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในธุรกิจยุคดิจิทัล

เมื่อปัญหาของ SMEs ไทย ต้องการความช่วยเหลือ

สนาม e-commerce ตอนนี้ 90% ของ market share คือชาวต่างชาติ App เรียกแท็กซี่ ก็ของต่างชาติ 100% Chat App พวก Facebook หรือ Line ก็ต่างชาติ 100% ผู้ประกอบการไทยที่เป็น SMEs จะยิ่งแข่งขันลำบาก แล้วมันจะยิ่งหนักขึ้น ต้องสู้ ต้องเอาเทคโนโลยีมาช่วย แต่ผู้ประกอบการหลายรายไม่รู้จะเริ่มจากอะไร เริ่มยังไง เราจึงเข้ามาตรงนี้

รุ่นลูกรุ่นหลานของผู้ประกอบการ SMEs เขาเข้าใจการทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น แต่ก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ดี นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเราไม่ไปเจาะตลาด corporate กลุ่มใหญ่ คือคิดว่าเขามีเงินจ้างคนมาช่วยได้ และเราก็ไม่ได้ช่วย startup เพราะเขาเก่งแล้ว แต่ SMEs เนี่ย ขาดคนช่วยมากๆ เลย

ตัวอย่างคือ ลูกค้ารายแรกๆ ของเรา คือ SMEs ขนาดใหญ่ เดิมที ขาย offline มาตลอด อยากขาย online บ้าง ความจริงเขาขายทาง Facebook อยู่แล้ว แต่มันไม่รองรับการขายปริมาณมาก เพราะไม่ได้ถูก ดีไซน์ มาเพื่อขายของ เราก็ทำระบบที่รองรับปริมาณการขายที่มากขึ้น เคสนี้ เขามีไอเดียอยู่แล้ว เราไปช่วยเรื่อง ดีไซน์ และพัฒนา software ช่วยเรื่องการชำระเงินออนไลน์ การส่งของถึงมือลูกค้า ติดตามสถานะการส่งได้แบบออนไลน์

จุดเริ่มต้นของธุรกิจ Fiveloop

เดิมเราเป็น Developer Hiring Platform เป็นแพลตฟอร์มให้คนที่เป็น software engineer หางานด้าน IT และบริษัทด้าน IT ก็เข้ามาหาคนเหล่านี้ไปทำงาน เราทำหน้าที่ matching

เราเพิ่งมาขยายตอนหลังเพื่อทำ Venture Development on Demand คืิอ Fiveloop เพราะเรามองว่า SMEs ไทย เขามีของเยอะ แต่ยังขาด know how ด้านเทคโนโลยี เราเข้าไปช่วยโดยการเอาเทคโนโลยีไปใส่ให้เขา เริ่มจากระบบ sales automation คือต้องเริ่มจากเอาเทคโนโลยีมาช่วยเขาสร้างรายได้ก่อน แล้วค่อยทำอย่างอื่นต่อ

เราก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2016 จนปัจจุบันนี้มีลูกค้าประมาณ 40 องค์กรใน 5 ประเทศ (ไทย พม่า สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย) ซึ่งลูกค้าต่างประเทศเขารู้จักเพราะเราไปออกอีเว้นท์ หรือเขาเห็นบทความของเรา ก็ติดต่อมาทางเว็บไซต์ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือ developer พวกนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เรามีอยู่ประมาณ 1.4 แสนคน ทั่ว Southeast Asia

ค้นพบธุรกิจใหม่จากการเดินทาง

ตอนแรกที่เราเป็นบริษัทจัดหาคนด้านไอที ก็เริ่มจาก มีปัญหาที่เราอยากแก้ คือ ประเทศไทยพอเข้ายุคดิจิทัล ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งขาดแคลนมาก เราต้องการ 5 คน จะมีแค่หนึ่ง แต่พอสร้าง Developer Hiring Platform ที่ว่าขึ้นมา หรือพอเราไปคุยกับลูกค้าที่ให้เราทำ recruitment ให้ ก็มาพบความต้องการที่แท้จริง เขาจะจ้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไปทำไม เขาจ้างไปสร้าง product เพราะต้องการสร้างธุรกิจใหม่ด้านดิจิทัล เราเห็น demand ตรงนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว

เราก็เลยเห็นว่า งั้นช่วยเขาสร้างธุรกิจเลยดีกว่า คือเขาต้องการความช่วยเหลือทั้ง 5 loops เลยเพื่อสร้างธุรกิจในโลกออนไลน์

เมื่อ 5 Loops คือตัวช่วยสำคัญในธุรกิจ

เราช่วยใน 5 ด้านของการทำธุรกิจ เริ่มจาก ทำ Business Model คือทำอะไรดี เรามีทีมเข้าไปศึกษาว่า ธุรกิจที่เขาทำ มันจะมีด้านไหนต่อยอดจากเดิมไปออนไลน์ได้บ้าง ตอนนี้ก็มีคุยกับสหกรณ์แท็กซี่รายหนึ่งที่เขาอยากแบ่งแชร์จากพวก Uber, GrabTaxi บ้าง ทีมเราก็เข้าไปช่วยคิด ว่าน่าจะสร้าง product ประมาณนี้ สร้าง App ประมาณนี้ หารายได้แบบนี้ และช่วยศึกษาว่า คู่แข่งในโลกที่ทำธุรกิจลักษณะแบบนี้ เขาหารายได้ยังไง ทำยังไง ถ้าเขาซื้อไอเดีย เราก็ลงมือทำ

ต่อมาขั้นที่สอง เป็นเรื่องดีไซน์ คือ ศึกษาผู้ใช้ก่อนว่าเขามีพฤติกรรมการใช้ยังไง แล้วเอามาออกแบบ product เราดึงผู้ใช้จริงมาร่วมในการสร้าง product แต่แรกเลย พอดีไซน์เสร็จปุ๊บ ก็เป็นขั้นที่สาม พัฒนา ซอฟต์แวร์ ซึ่งก็ต่อยอดกับธุรกิจเดิมของเรา ที่เป็นการจัดหาคนทางด้าน IT อยู่แล้ว เราใช้ developer เหล่านี้มาพัฒนา product ให้กับลูกค้า SMEs ของเรา

พอสร้างซอฟต์แวร์เสร็จ สิ่งสำคัญมากๆ แต่คนชอบลืมไป คือ แล้วใครจะมา run ธุรกิจ เพราะเจ้าของธุรกิจเดิมเขาไม่ได้ม Digital know how คือ ในโลกเดิมของเขา เขาเก่งมาก มีฐานลูกค้า มี asset มี connection มีเงิน แต่ในโลกดิจิทัล เขาขาดคน เราก็ไป recruit คน มาเป็น CEO CTO COO รวมทั้งทีมงานบริหาร ประมาณปีนึง ซึ่งระหว่างทาง SMEs รายนั้น จะมีทายาทรุ่นสองรุ่นสาม ที่รู้เรื่อง IT ในระดับหนึ่ง มาเรียนรู้งานใหม่ที่เราสร้าง พอครบปี เขาจะเลือกได้แล้วว่า เขาจะใช้บริการเราต่อ หรือจะเอาไปทำต่อเอง เราก็โอนงานทั้งหมดให้

Loop สุดท้ายที่เราช่วย คือเรื่อง back office คือ จัดโครงสร้างธุรกิจยังไงดี แยกบริษัทออกมาเลยดีไหม ทำโครงสร้างผู้ถือหุ้น ทำเรื่องกู้เงินยังไง ทำโครงสร้างระบบบัญชี เราทำให้หมดเลย คือเราไม่ได้ทำเองทั้งหมด แต่มี partner ช่วยกัน

ความฝันที่ไม่สมควรเป็นแค่ฝันของ Fiveloop

ปี 2018 นี้เราตั้งเป้าว่า อยากช่วย SMEs ไทย สัก 10 ราย ให้ go digital ให้ได้ ให้เขาแข่งกับต่างชาติได้ คือยุคนี้ ผมเรียกว่า เป็นยุคล่าอาณานิคมแบบไม่ใช้กำลัง ตอนนี้ประเทศไทยอยู่ในสงคราม คือสงครามล่าอาณานิคมจากต่างชาติ เขาเข้ามาด้วยเทคโนโลยีและเงินทุนแบบที่เราไม่รู้ตัว พอหันมาอีกที อ้าว market share หายไปแล้วตั้ง 4-5 industries ผู้ประกอบการจะรู้ดี ว่ามันไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปแล้ว คุณต้องทำ ต้อง go digital ไม่อย่างนั้นคุณสู้ต่างชาติไม่ได้เลย

ธนาคารออมสินกับการสนับสนุนความฝันของ Fiveloop

คือ เขาดีมากเลยครับ ตอนนั้นเราใช้เงินทุนส่วนตัวทำธุรกิจ เงินทุนก็ใกล้หมด พอจะขยาย แน่นอนว่าเราต้องการเงินทุนสักก้อนหนึ่ง เราได้ทุนจากสำนักงานนวัตกรรม ซึ่งเขาช่วยประสานให้กับหลายๆ ธนาคาร แต่ธนาคารออมสินเป็นเจ้าเดียวที่ผมติดต่อไปเอง แล้วเขาติดต่อกลับมา

แบงก์ใหญ่ๆ รวมออมสินด้วยทั้งหมดเป็น 5 แบงก์ เชื่อไหมว่า ออมสินเร็วที่สุดเลยในการช่วยเหลือประสานงานต่างๆ บางแบงก์ปฏิเสธเรา บอกว่าอายุบริษัทน้อยไป สินทรัพย์ค้ำประกันน้อยเกินไป สุดท้ายเราจึงตัดสินใจกู้เงินจากออมสิน

คือตั้งแต่แรก แบงก์อื่นๆ ดูเขาไม่ค่อยเข้าใจธุรกิจเราเท่าไร มีออมสินที่ติดต่อกลับมา มีปัญหาอะไรเขาก็คอยตามแก้ไขให้

เราอยากช่วย SMEs ไทย สร้างธุรกิจดิจิทัล ด้วยผู้เชี่ยวชาญคุณสาโรจน์ อธิวิทวัส CEO แห่ง Fiveloop