7 Tips ปั้น Copy Ad ให้โดนใจคนอ่าน กินใจคนซื้อ

Ad Copy หรือ บางคนอาจเรียก Copy Ad ไม่ใช่การก็อปปี้งาน แต่เป็นข้อความโฆษณาที่ติดหู ติดตา ทำให้ผู้บริโภคสนใจสินค้าหรือบริการที่เรานำเสนอ อาจจะเป็นคำโปรย สโลแกน หรือแม้แต่บทความก็ตาม

มันไม่จำเป็นว่าต้องเป็นข้อความยาวๆ ในโลกที่ทุกสิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ข้อความสั้นๆ ก็สามารถทำให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าของคุณได้ การทำ Copy Ad ที่มีคุณภาพจะส่งผลให้คุณลดต้นทุนการโฆษณาได้อย่างมหาศาลโดยเฉพาะในโลกออนไลน์

และนี่คือเทคนิคการเขียน Copy Ad ให้โดนใจ

 

1.ทำให้ได้ ไปให้สุด

การเขียนโฆษณาแต่ละชิ้นเป็นการกรุยทางเดินจากลูกค้าเข้ามาสู่สินค้าของเรา หากเราทำทางไม่ดี ทางแย่ ลูกค้าย่อมไม่อยากเดินมาหา แต่หากเราทำทางที่สะดวกสบาย เชื้อเชิญอย่างเป็นมิตร ลูกค้าย่อมสนใจ มันส่งผลต่อยอดขายของเราทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ดังนั้นแรกสุดเราควรทำความเข้าใจว่า ต่อให้มั่นใจแค่ไหนมันก็มีโอกาสพลาด สิ่งที่ต้องทำคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดและก้าวไปข้างหน้า เพราะไม่ใช่งานโฆษณาทุกชิ้นที่จะประสบความสำเร็จ

 

2.ศึกษางานของคุณให้ถี่ถ้วน

ทุกอย่างไม่ได้เริ่มมาจากศูนย์ งานโฆษณาก็เช่นกัน หากคุณอยากได้งานที่มีคุณภาพอย่างน้อยๆ คุณต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน

  • กลุ่มเป้าหมายของคุณ
  • แนวคิดของกลุ่มเป้าหมาย
  • สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการมากที่สุด

หากคุณไม่ศึกษากลุ่มเป้าหมายให้ดีแล้ว นอกจากที่การโฆษณาจะไม่เป็นผลมันอาจก่อให้เกิดผลในเชิงลบได้อีกต่างหาก เช่นการใช้คำหรือศัพท์วัยรุ่นทั้งๆ ที่กลุ่มเป้าหมายคุณเป็นวัยทำงานและเน้นด้านความเป็นมืออาชีพ

การเรียนรู้จากโฆษณาประเภทอื่นๆ รวมถึงการอ่านบทความ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มคลังคำศัพท์ก็เป็นสิ่งที่ดี การกระทำดังกล่าวจะทำให้คุณสร้างสรรค์งานได้รวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากศึกษากลุ่มเป้าหมาย และโฆษณาต่างๆ แล้ว ต้องศึกษาสินค้าและบริการของตัวเองให้ดีที่สุดว่ามีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างออกจากแบรนด์หรือสินค้าอื่นๆอย่างไร เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในระยะยาวและสามารถสร้าง Copy Ad ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดออกสู่สายตาผู้บริโภคได้

 

3.ห้ามดูถูกลูกค้า

เรากำลังเสนอผลิตภัณฑ์ในยุคที่มีสินค้าต่างๆ กระจายไปทั่วตลาดและผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามใจอยาก ในการโฆษณาจะต้องไม่มีการดูถูกคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเฉพาะเจาะจงจนเกินไปนัก เช่น “แม่บ้านหลบไป นี่เป็นผงซักฟอกเฉพาะคุณพ่อบ้านเท่านั้น” แทนที่จะจูงใจจะกลายเป็นทำให้ลูกค้าหมั่นไส้แทน

ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายล้วนเท่าเทียมกัน ควรใช้คำพูดทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ของเราเป็นมิตรและมีคุณภาพ ให้ความเคารพต่อผู้ซื้อทุกคนแม้ว่าคุณจะมีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้วก็ตาม การกระทำดังกล่าวจะส่งผลดีกับภาพลักษณ์ของแบรนด์เรามากขึ้น

 

4.พาดหัวสำคัญที่สุด

ก่อนจะอ่านสิ่งอื่นใดลูกค้าแต่ละคนล้วนเลือกอ่านหัวข้อหรือพาดหัวของสินค้านั้นๆ ก่อนเสมอ มันเป็นเหมือนกระสุนนัดสำคัญที่ว่า คุณจะยิงตรงเป้าหมาย(ความต้องการ)ของลูกค้าขนาดไหน

แล้วทำยังไงมันถึงจะเวิร์ค?

  • นำเสนอผลประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับแน่ๆหลังใช้สินค้า เช่น สะอาดใสไร้เชื้อโรค 100% เพื่อดึงความสนใจ
  • อาจใช้ประโยคที่เป็นรูปแบบตามโฆษณาอยู่แล้ว เช่น เคล็ดลับทำให้เสื้อขาวสะอาด, หมดปัญหาง่ายๆ เพียงแค่ใช้สินค้าของเรา เป็นต้น
  • หากทำได้ ใช้การแยกพาดหัวเพื่อทดสอบความสนใจของผู้บริโภค ว่าผู้คนสนใจพาดหัวหรือคำพูดเปิดแบบไหนมากกว่ากัน

 

5.อย่าลืมว่างานของเราคือขายของ

การทำการตลาดและคิดงานต่างๆ อาจเป็นเรื่องสนุกเพราะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แต่ต้องคำนึงไว้ว่าสิ่งที่ตามมามันสำคัญขนาดไหน ในบางครั้ง Ad ตัวหนึ่งอาจชี้ชะตาสินค้าใหม่ของเราได้ในทันที

ถ้าอยากให้คนซื้อ ต้องแสดงว่าพวกเขาจะเอาสินค้าของเราไปใช้ได้อย่างไร และเขาได้ประโยชน์ขนาดไหน ต่อให้โฆษณาสร้างสรรค์ คนดูเยอะ แต่ขายของแทบไม่ได้ มันอาจส่งผลกระทบในระยะยาวเพราะเป้าหมายหลักของเราคือต้องการให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการ ไม่ใช่เข้ามามองๆ แล้วก็ไป

 

6.อธิบายว่าทำไมเขาต้องซื้อของๆเรา

หลังเราทำให้ลูกค้าคลิกโฆษณาของเราได้ด้วยพาดหัว สิ่งต่อมาที่ต้องสนใจคือคำว่า ‘ทำไม’ ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของเราจะต้องซื้อสินค้านี้

เช่น “ผงซักฟอกของเราทำให้ผ้าคุณสะอาดขึ้นด้วยปริมาณที่น้อยกว่า” ลูกค้าก็จะเริ่มสังเกตแล้วว่าต่อให้เขาจ่ายเท่าเดิมเขาก็ได้ของมีคุณภาพกลับไป

ไม่ว่าจะเป็นความสำคัญ โปรโมชั่น หรือสินค้าแปลกใหม่ใดๆ ก็ตาม เราควรให้เหตุผลนำเสนอไปด้วยว่าทำไมคุณต้องซื้อสินค้านี้ทันที หรือทำไมควรใช้สินค้าของเราในระยะยาว ยิ่งเราตอบคำถามในใจลูกค้าได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเรามากขึ้นเท่านั้น

 

7.ดูแลโฆษณาของเราให้ดี

โฆษณาต่างๆ ไม่ใช่ของที่ทำขึ้นมาได้ง่ายๆ นอกจากจะต้องสร้างสรรค์ ตรงประเด็น และดึงดูดแล้วมันยังต้องขายได้ แน่นอนว่าบางงานย่อมเป็นงานรีบ แต่รีบแล้วต้องมีคุณภาพ

เพราะ Ad copy จะเห็นผลได้ทันที เรารู้ได้เลยว่าลงทุนโฆษณาไปแค่ไหนและได้ผลตอบรับกลับมาอย่างไร สิ่งที่ควรสนใจคือทำอย่างไรการลงทุนของเราจึงคุ้มค่ามากที่สุดในครั้งเดียว แน่นอนว่าโลกไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ที่สุด แต่อย่างน้อยๆ ทำให้มันใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบก็พอ

 

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีก้าวแรกย่อมไม่มีก้าวถัดๆ ไปตามมา ท้ายสุดแล้วเทคนิคที่สำคัญที่สุดสำหรับ Ad Copy ก็คือการเริ่มลงมือเขียน และสังเกตผลลัพธ์ของมันด้วยตัวเราเอง เพราะคนตัดสินใจว่า Ad นี้มีประสิทธิภาพแค่ไหนไม่ใช่เรา แต่เป็นลูกค้าของเรา

แล้วการโฆษณาของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป