11 เคล็ดลับจาก Youtube สร้างแบรนด์ให้ดังด้วยคอนเทนต์วิดีโอ

“ผู้ชมอายุต่ำกว่า 32 จะเลิกบอกรับบริการโทรทัศน์แบบเสียเงิน และหันมารับชมวิดีโอบน YouTube มากขึ้นภายในปี 2015” ข้อมูลจาก Brandwatch

หากนับเฉพาะเครื่องมือพกพา (mobile device) YouTube เป็นสื่อที่เข้าถึงผู้ชมอายุ 18-49 ปีได้มากที่สุด เกินกว่าครึ่งของผู้ชมก็รับชมวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต โดยปัจจุบัน YouTube มีให้รับชมทั้งหมด 76 ภาษา (ครอบคลุมประมาณ 95% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต) และรับชมได้ใน 88 ประเทศทั่วโลก เป็นเว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดรองจาก Google และ Facebook

ทุกคนรู้ดีว่า YouTube channel คือสิ่งที่ต้องทำเพื่อเข้าถึงและสื่อสารกับผู้บริโภค แต่ทำอย่างไรให้ channel ของเราเติบโต ฮอตฮิตติดลมบน และแปรสภาพเป็นยอดขายได้? Daniel Middleton หรือ DanTDM คือ YouTuber ที่ทำรายได้สูงที่สุด ปี 2017 เขาทำรายได้สูงถึง 16.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

หากคุณมี YouTube Channel ของตัวเองอยู่แล้ว แต่กำลังปวดหัวว่ายอด subscriber ไม่เพิ่ม หรือมีคู่แข่งมาแรงที่ทำวิดีโอได้เจ๋งเหมือนกัน ลองอ่าน Tips ที่เรารวบรวมมาให้ อาจมีบางอย่างที่คุณมองข้ามไป

Tip 1: ทำคอนเทนต์ “คุณภาพ” เท่านั้น และให้ความสำคัญกับการตัดต่อ

ทุกๆ นาที วิดีโอความยาวรวมกว่า 300 ชั่วโมงถูกอัปโหลดขึ้น YouTube จะทำอย่างไรให้ผู้ชมหันมาสนใจวิดีโอของคุณ? Tip แรกจึงขอเริ่มด้วยสิ่งสำคัญสุดๆ ที่ควรจำใส่ใจไว้ขณะผลิตวิดีโอ คือ วิดีโอต้องมีประโยชน์ หรือสนุก หรือทั้งสองอย่าง

Thomas Hawk ช่างภาพชื่อดัง กล่าวว่าทุกๆ ภาพของเขาที่ลงตีพิมพ์ จะมีภาพที่

“ไม่เป๊ะ” นับสิบช็อต การตัดต่อวิดีโอก็เช่นกัน ตั้งใจและลงแรงตัดต่อ (หรือจ้างคนที่เก่งพอ) วิดีโอให้ดีที่สุดก่อนกดปุ่ม publish เพราะเมื่อวิดีโอนั้นออกสู่สายตาชาวโลกแล้ว นั่นคือสิ่งที่ผู้คนรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์สินค้าของคุณ ขณะที่ทำวิดีโอ ถ่ายช็อตสำรองไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเลือกเฉพาะส่วนดีที่สุดมาทำเป็นวิดีโอ

Tip 2: อัปโหลดวิดีโอบ่อยๆ

เรื่องนี้สำคัญมาก เหตุผลที่ใครสักคนกดติดตาม Channel ของคุณก็เพราะเขาชอบคอนเทนต์ และอยากจะชมอีกเรื่อยๆ channel ของแบรนด์สินค้า Top 100 brands อัปโหลดวิดีโอบน YouTube วิดีโอทุกๆ 18.5 นาที ดังนั้นพยายามอัปโหลดวิดีโอคุณภาพให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าลืมว่า หากผู้ชม “ติด” Channel ใดแล้วก็เหมือนเขาต้องการดูละครตอนใหม่ ณ ที่เก่าเวลาเดิมอยู่เรื่อยๆ

Tip 3: วิดีโอยิ่งสั้นยิ่งจับความสนใจได้มาก

บน YouTube มีวิดีโอทั้งสั้นและยาว บ้างมีคุณภาพหรือสนุกพอให้ผู้ชมติดตามดูได้นานๆ แต่วิดีโอที่จับความสนใจผู้ชมได้ดีคือวิดีโอที่ยาวไม่เกิน 5 นาที และวิดีโอของแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ติดอันดับ most viewed จะมีความยาวโดยเฉลี่ย 31-60 วินาที (32% ของยอดรับชมทั้งหมด) สำหรับนักสร้างแบรนด์มือใหม่ อาจลองใช้ตัวเลขนี้เป็นแนวทาง อย่าลืมว่าต้องสั้น กระชับ มีประโยชน์ สนุก และไม่ยาวมาก

Tip 4: ให้ความสำคัญกับ Title วิดีโอ

ท่ามกลางวิดีโอเรื่องเดียวกันเป็นล้านๆ บน YouTube คุณคงอยากเด่นเตะตาผู้ชมเพื่อให้เขาคลิกเข้าไปดู การตั้งชื่อวิดีโอให้ดีเป็นอีกทริกหนึ่งที่มีผลมาก บางวิดีโอยอดวิวสูงมากทั้งๆที่เนื้อหาก็งั้นๆ แต่เป็นเพราะ Title เรียกความสนใจได้ดีหรือไปกระตุ้นต่อมอยากรู้ของคน

ตั้งชื่อวิดีโออย่างไรให้โดนใจ?

  • ใช้ keyword (เพื่อให้ Google รู้ว่าวิดีโอของคุณเกี่ยวกับอะไร)
  • ใช้ Google Adwords เพื่อสืบว่าผู้คนค้นคำอะไรบนเว็บบ้าง แล้วพยายามใส่คำเหล่านั้นใน Title ของคุณ
  • ตั้งชื่อให้สั้นกระชับ (ตัวอักษรไม่ควรเกิน 50 ตัว) ได้ใจความ และไม่ต้องใส่คำว่า “วิดีโอ” เพราะไม่ได้ช่วยให้เสิร์ชเอ็นจินของ YouTube ในการจัดอันดับ แต่คำว่า “วิดีโอ” อาจมีผลหากใช้กับเว็บทั่วไป

Tip 5 : ทำ Channel trailer ให้น่าประทับใจ

ฟีเจอร์หนึ่งของ YouTube ที่คุณต้องใช้คือ Channel trailers ที่เหมือนเป็น “หนังตัวอย่าง” ต้อนรับผู้ชมที่คลิกเข้ามา Channel ของคุณ จงใส่ใจและให้เวลากับสิ่งนี้มากๆ เวลาที่เหมาะสมสำหรับ trailer คือระหว่าง 30 ถึง 60 วินาที เอาให้แบบพอดูจบปุ๊บ ผู้ชมเข้าใจเลยว่าทำไมต้องติดตาม Channel นี้ ฟีเจอร์ viewer retention rate ของ YouTube จะบอกได้ว่า คุณกำลังเสียว่าที่ subscriber ไป เพราะทำ trailer ไม่ดีพอหรือเปล่า

Tip 6 : ใช้ประโยชน์จาก sound effect คุณภาพ ที่ YouTube มีให้เลือกดาวน์โหลดฟรีๆ

หากต้องการเพิ่มเสียงดนตรีหรือเสียงประกอบให้วิดีโอ YouTube ก็มีตัวช่วยเป็นห้องสมุดออนไลน์ที่มี audio tracks มากมายให้เลือกใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงเปิดส่วน Creator Studio คลิก create ที่เมนูด้านซ้าย และเลือก audio library ผลสำรวจปี 2018 ระบุว่า 95% ของ most watched videos คือมิวสิกวิดีโอ แสดงให้เห็นว่าคนเข้ามา YouTube เพื่อฟังเพลง ดังนั้นแม้วิดีโอของคุณจะไม่ใช่มิวสิกวิดีโอ แต่การมีดนตรีหรือเสียงประกอบจะช่วยให้น่าสนใจมากขึ้นแน่นอน

Tip 7 : วิธีทำให้คนจำชื่อ YouTube URL ของคุณได้ง่ายๆ

ทราบไหมว่าคุณสร้าง URL บน YouTube ตามต้องการได้เพื่อให้ผู้ชมจำง่ายๆ แทนที่จะเป็น URL ยาวเฟื้อย เป็นต้นว่าคุณขอให้ URL เป็น https://www.youtube.com/ABCbrand แบบนี้ก็ได้ แต่ต้องคิดให้ดีๆก่อนส่ง request นะเพราะขอแล้วเปลี่ยนไม่ได้ โอนย้ายสิทธิ์ให้ผู้อื่นก็ไม่ได้ด้วย ชื่อนี้จะเป็นชื่อ YouTube Channel และ Google+ ของคุณไปตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิ์ขอ URL ที่ตั้งเองได้ ต้องมี subscriber อย่างน้อย 100 คน channel มีอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน มีการอัปโหลดรูปภาพเป็น channel icon และมีการอัปโหลด channel art วิธีขอ URL คือ ไปที่ account setting คลิก advanced ในช่องชื่อ หากคุณมีสิทธิ์ขอ URL ได้ก็จะคลิกปุ่มนี้ได้ แล้วทำตามขั้นตอนสั้นๆ ที่หน้าจอ

Tip 8 : ใส่ end screen เพื่อช่วยโปรโมตคอนเทนต์

ตั้งแต่ปี 2008 YouTube ทำลิงค์เรียกว่า annotation ที่ให้เราใส่ในวิดีโอได้ ลิงค์เหล่านี้เป็นเหมือนปุ่ม call to action ที่ให้ผู้ชมสมัครสมาชิก คลิกเข้าไปชมสินค้าหรือเว็บอื่นๆ แนะนำว่า ควรใส่ลิงค์เหล่านี้ภายใน 30 วินาทีสุดท้ายของวิดีโอ เพื่อไม่ให้ผู้ชมรำคาญและปิดไปเสียก่อน

 Tip 9 : เขียน video description ให้ดี และอัปโหลดสคริปต์วิดีโอให้เสิร์ชเอ็นจินรู้จัก

แบรนด์สินค้ายุคนี้ให้ความสำคัญกับ SEO ดังนั้น video description เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะทำให้เสิร์ชเอ็นจินรู้จักวิดีโอของคุณ ทำให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่ายๆ ว่าวิดีโอนี้เกี่ยวกับอะไร แต่อย่าเขียนละเอียดมากเกินไป และเช่นเดียวกับการเขียน title คือควรใส่ keyword ลงไปบ้าง เพื่อให้วิดีโอของคุณติดอันดับผลการค้นหา แต่อย่าใส่ keyword เยอะแยะไปหมดจนดูไม่เป็นธรรมชาติ

ปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้วิดีโอได้อันดับต้นๆ เมื่อคนเสิร์ชหาก็คือ เสิร์ชเอ็นจินต้องรู้ว่าวิดีโอนั้นเกี่ยวกับอะไร การอัปโหลดสคริปต์วิดีโอเป็นวิธีหนึ่ง คุณควรใส่สคริปต์ใน description box ของวิดีโอ ใต้ปุ่ม play จะมีไอคอนเรียงเป็นแถว ให้คลิกปุ่มขวาที่เขียนว่า “Subtitles/CC” (CC ย่อมาจาก Closed Captions) แล้วพิมพ์ (หรือ copy แล้ว paste) สคริปต์วิดีโอที่เขียนไว้ลงไป

Tip 10: มองหาความร่วมมือจากคนทำคอนเทนต์ด้วยกัน และรู้จักสื่อสารกับผู้ชมบ้าง

อย่าไปคิดว่าแบรนด์ประเภทเดียวกันจะเป็น “คู่แข่ง” ไปเสียหมด ต้องมี YouTuber บางแบรนด์ หรือบางคน ที่คุณจะไปเจรจาเพื่อ “ร่วมมือ” กันได้ แบรนด์ยักษ์ใหญ่มี YouTube channel ในเครือโดยเฉลี่ย 2.4 channel แล้วใช้วิธี “ร่วมมือ” กันระหว่าง channel แม้แบรนด์ของคุณอาจมีเพียง channel เดียวในตอนนี้ แต่น่าจะลองหาแบรนด์อื่นที่ขนาดพอๆ กัน และร่วมมือกันได้ ทั้งคุณและเขาต่างก็มีฐานผู้ชมของตนเอง ลองคิดดูว่า คุณกล่าวถึงเขา แล้วให้เขากล่าวถึงคุณในวิดีโอ หรือมีกิจกรรมอะไรที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ให้วินวินกันทั้งคู่ ได้บ้างหรือเปล่า

ให้ความสำคัญกับช่องคอมเม้นท์ใต้วิดีโอ ลองดูว่าเหล่าผู้ชมวิจารณ์หรือชมอะไรบ้างเกี่ยวกับวิดีโอ เขาอาจรีเควสขอวิดีโอเกี่ยวกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่คุณคิดไม่ถึงก็เป็นได้

Tip 11: ทำวิดีโอเป็นซีรี่ส์ หรือฮาวทู

ความฝันอันสูงสุดของคนทำวิดีโอคือผู้ชมคลิกดูวิดีโอของเราต่อๆกันไปโดยไม่วอกแวกไปดูคลิปอื่นเลย การทำวิดีโอเป็นซีรี่ส์เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผล (แต่หลายคนคิดไม่ถึง) จำนวนคำค้น “how to” บน YouTube เพิ่มขึ้นกว่า 70% ในปี 2017 ดังนั้นลองคิดดูว่าเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อ หรือเอกลักษณ์แบรนด์ของคุณ มีจุดไหนบ้างที่เล่าต่อกันได้หลายตอน หรือทำเป็นวิดีโอฮาวทูได้

แบรนด์ไหนมี YouTube channel แล้ว แต่ยอด subscriber หรือยอดวิว ยังไม่ค่อยพุ่ง ยังไม่ปังตามที่ต้องการ ลองเอาทิปส์เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปใช้ดู บางข้อ เช่น การทำวิดีโอเป็นซีรี่ส์ยาวๆ นอกจากจะทำให้ยอดคนดูติดตามมากขึ้นแล้ว ยังง่ายกับคนทำงานด้วย เพราะประหยัดเวลาคิดงานไปได้อีก มีทิศทางชัดเจน หรือการหาความร่วมมือจาก YouTuber ด้วยกันก็เป็นการสร้างคอนเนกชั่นที่ดี ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ในอนาคตอาจมีโปรเจกต์ร่วมกันที่ทำเงินและสร้างชื่อให้ channel ของคุณก็เป็นได้

นอกจากลองนำทิปส์เหล่านี้ไปใช้แล้ว การเรียนรู้จากคนที่สำเร็จก็เป็นเรื่องดี เรียนรู้จากตัวอย่างดีๆ เข้าไปดู Analytics ของ YouTube บ้าง ว่าวิดีโอแบบไหนได้ subscriber conversion per view สูงๆ ลองหาแพทเทิร์นของวิดีโอเหล่านี้ เช่น เขาตัดต่ออย่างไร สื่อสารอย่างไร แล้วพยายามทำวิดีโอต่อไปให้ใกล้เคียง เพียงเท่านี้ความสำเร็จของ YouTube channel ของคุณก็อยู่ไม่ไกลแล้วละ