ส่อง 5 เทรนด์การตลาดบนมือถือ จับผู้ใช้ให้ถูกจุด ก็สร้างธุรกิจได้ตรงใจ

ปัจจุบันคงไม่มีข้อกังขาแล้วว่าโทรศัพท์มือถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีคนใช้งานกันอย่างแพร่หลาย แต่จะมากขนาดไหนกัน? จากผลสำรวจในช่วงปี 2017 ในสหรัฐอเมริกามีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือถึง 71% เทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ โดยมีเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 87 ชั่วโมงต่อเดือน และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google ก็ระบุว่ากว่า 50% ของการค้นหาข้อมูลทั่วโลกมาจากอุปกรณ์มือถือ แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่อเมริกาประเทศเดียวเท่านั้นที่มือถือเป็นใหญ่ เราก้าวมาในยุคของโทรศัพท์มือถืออย่างสมบูรณ์แล้ว

สิ่งที่ตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลงตลาดขนาดมโหฬาร จากที่เราต้องเน้นสื่อสารกับลูกค้าแบบเจอหน้า เราเปลี่ยนมาเป็นในคอมพิวเตอร์ ก่อนย้ายเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ มันกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ทั้งในแง่การขายธรรมดาและการขายของออนไลน์ แล้วเราจะทำให้มันเวิร์คได้ยังไง? ลองมาดูเทรนด์การตลาดที่อาจช่วยคุณได้สำหรับปีนี้กัน

1. ใช้ Livestream เพื่อทำการตลาด

อีกหนึ่งเทรนด์สำคัญสำหรับการตลาดที่ขาดไม่ได้สำหรับยุคปัจจุบัน การไลฟ์สตรีมหรือการถ่ายทอดสดออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรหรือองค์กรเล็กใหญ่ขนาดไหนก็ตาม

Facebook ได้เปิดเผยข้อมูลออกมาว่าผู้คนใช้เวลาผ่านมือถือไปกับการดูไลฟ์วิดีโอสูงกว่าคอนเทนต์ธรรมดาถึง 3 เท่าตัว และ 40% ของผู้ซื้อในโลกออนไลน์ปัจจุบันยอมรับว่าการดูวิดีโอโฆษณามีส่วนให้พวกเขาสนใจผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออกมาระบุว่าการไลฟ์สตรีมหรือไลฟ์สดนั้นมีผลกับยอดขายสินค้าไม่น้อย

ซึ่งในการไลฟ์แต่ละครั้งเราควรวางแผนการตลาด ศึกษาผู้ซื้อและแนวทางในการถ่ายทอดสด ว่าอย่างไรจะเกิดผลมากที่สุดในเวลาที่น้อยที่สุด เพราะนี่เป็นยุคที่เราดูวิดีโอจากที่ไหนก็ได้ในมือถือ สิ่งที่ออกไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีมันอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของเราทั้งเดือนหรือทั้งปีเลยก็เป็นได้

2. ใช้ Design เพื่อเว็บใช้ง่ายที่สุด

หากเป็นสมัยก่อนเราคงสร้างเว็บไซต์สำหรับเข้าจากคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่ปัจจุบันไม่ใช่ เนื่องด้วยปัจจัยการใช้งานเว็บไซต์จากมือถือที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เราต้องใส่ใจและเน้นย้ำว่ามีโอกาสเป็นอย่างมากที่ลูกค้าค้นหาสินค้าหรือเว็บไซต์ของเราผ่านโทรศัพท์มือถือ

และจะเกิดอะไรขึ้นหากลูกค้าเปิดขึ้นมาเจอหน้าเว็บพังๆที่ไม่รองรับมือถือในปัจจุบัน หรือเว็บที่เต็มไปด้วยโฆษณากดหาสินค้าได้อย่างยากลำบาก  เรื่องดังกล่าวอาจส่งผลให้ลูกค้า หรือคนที่สนใจสินค้าของเราเลิกติดตามเราไปเลย

ที่สำคัญการสร้างเว็บสำหรับมือถือสามารถเข้าถึงง่ายกว่าการสร้างแอปพลิเคชั่น โดยมีการระบุว่าสำหรับการซื้อขายในอุตสาหกรรมต่างๆ นั้น มีปริมาณจากการเข้าเว็บบนมือถือมากกว่าการเข้าแอปถึงสองเท่าตัว ดังนั้นถ้าไม่อยากเสียลูกค้าไปฟรีๆ ก็ควรทำเว็บไซต์ของตัวเองเวอร์ชั่นมือถือไว้เสียจะดีกว่า

3. ใช้ Mobile Payment เพื่อกระตุ้นการซื้อ

จะทำการตลาดออนไลน์ผ่านมือถือคงขาดสิ่งนี้ไปไม่ได้เลย สำหรับผู้ใช้งานแล้วยิ่งจ่ายเงินสะดวกมากเท่าไหร่มันยิ่งเชื้อเชิญให้พวกเขาซื้อของมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ความปลอดภัยทางธุรกรรมออนไลน์สูงขึ้นเรื่อยๆ และเร็วขึ้นในระดับวินาที ดังนั้นไม่ว่าแบรนด์จะเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน ก็ควรทำให้จ่ายเงินผ่านมือถือได้

นี่จะไม่ใช่แค่สิ่งจำเป็นสำหรับปี 2018 เรากำลังพูดถึงอนาคตสำหรับการใช้จ่าย มีความคาดการณ์ว่าในปี 2020การใช้จ่ายผ่านมือถือจะสูงถึง 503 พันล้านดอลลาร์ (15,856 พันล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขการเติบโตของการทำธุรกรรมด้วยมือถือในประเทศต่างๆในปัจจุบันที่มีอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย โดยเฉพาะการซื้อของบนโลกออนไลน์ที่เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก

คงเห็นกันแล้วว่าการใช้จ่ายผ่านมือถือสำคัญแค่ไหนในอนาคต หากอยากให้การตลาดออนไลน์ผ่านมือถือของตัวเอง “เวิร์ค” โดยสมบูรณ์ล่ะก็ Mobile Payment หรือการใช้จ่ายผ่านมือถือจะช่วยเติมเต็มช่องว่างนั้นได้อย่างแน่นอน

4. ใช้ AR และ VR เพื่อดึงดูดคน

หลายปีก่อนมันคือเทคโนโลยีที่ยากจะเข้าถึง แต่ปัจจุบันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว ทั้ง AR (Augmented Reality) ที่นำภาพจำลองต่างๆมาอยู่บนโลกของความเป็นจริง และ VR (Virtual Reality) ที่พาผู้ใช้เข้าไปในโลกเสมือนกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เพราะเทคโนโลยีมือถือพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่มือถือระดับกลางๆก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก ทั้งสองอย่างจะกลายมาเป็นกำลังสำคัญเกี่ยวกับการตลาด มีการคาดการณ์ว่าในปี 2021 AR และ VR จะทำรายได้สูงถึง 67.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับว่าสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดหากเทียบกับ 2.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2016

เราคงเห็นแล้วว่าแม้แต่ในประเทศไทยก็มีการใช้งาน VR ในด้านต่างๆเช่น ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ดูรูปแบบอาคาร ด้านการศึกษาที่ทำให้เห็นภาพของสิ่งต่างๆชัดเจนขึ้น  ยังไม่รวมถึงการขายของที่ทำให้เห็นสินค้าที่กำลังผลิตล่วงหน้าและเสมือนจับต้องได้จริงๆ โดย AR ก็มีแนวทางการใช้และความนิยมไม่ต่างกัน ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าพัฒนาสิ่งเหล่านี้ให้เข้ากับการตลาดของตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น

5. ใช้ AI เพื่ออนาคตของธุรกิจ

ปัญญาประดิษฐ์แทรกซึมเข้าไปทั่วทุกอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราไม่ใช่ความกังวลแต่คือการใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างไรมากที่สุด

สำหรับการตลาดในมือถือ AI สามารถช่วยได้มากมาย โดยเฉพาะการวิเคราะห์ลูกค้าหรือพฤติกรรมคนจำนวนมากเพื่อทำให้การตลาดของเรามีประสิทธิภาพมากที่สุด ไปจนถึงการคำนวณเรื่องต่างๆ เช่นสต็อกสินค้าที่เหมาะสมในการขาย หรือช่วงเวลาต่างๆที่ต้องโปรโมทสินค้า ไปจนถึงการสร้างเป็นแชทบอทระดับสูงเพื่อตอบลูกค้าเลยทีเดียว

ในอนาคตช่วงปี 2020 มีความคาดการณ์ว่า AI จะกลายเป็นผู้ช่วยในอุปกรณ์ต่างๆกว่า 3.3 พันล้านชิ้นทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญการตลาดกว่า 80% ก็คาดการณ์ว่าในปีเดียวกันนั่นล่ะที่ AI จะเข้ามาบทบาทถึงขั้นปฏิวัติวงการ Marketing หากเราพัฒนาเรื่องเหล่านี้ก่อนหรือรู้จักการใช้งานมันไว้ก่อน เราก็จะไม่พลาดสิ่งสำคัญที่จะมาส่งผลกระทบต่อการตลาดของเราในอนาคต

นี่คือ 5 เทรนด์สำหรับการตลาดผ่านมือถือที่ควรทราบ ไม่ใช่แค่สำหรับปี 2018 แต่ยังรวมไปถึงอนาคตที่กำลังมาถึง ซึ่งมันไม่มีเพียงเท่านี้ เพราะสำหรับการตลาดทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องก้าวไปข้างหน้า และพัฒนามากขึ้นเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆการช้าเพียงก้าวเดียวคือการเสียโอกาสที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ไปทันที