บทถัดไปของ E-commerce : 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในยุคดิจิทัล

แม้ว่าทิศทางของเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่สำหรับตลาดของ E-Commerce แล้วมันคือสิ่งตรงกันข้าม ด้วยมูลค่าของมันที่สูงถึง 76.3 ล้านล้านบาท และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะไปถึง 149 ล้านล้านบาทในช่วงปี 2564

แน่นอนว่ามูลค่าที่สูงขนาดนี้ย่อมมีปัจจัยเกื้อหนุนอีกมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีต่างๆที่คงพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ลองมาคาดการณ์กันว่าอีก 10 ปีข้างหน้า E-Commerce จะเปลี่ยนไปในรูปแบบใดบ้าง?

 

1.AI จะเข้าควบคุมดูแลร้านค้าแทนคน

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามาส่งผลต่อการซื้อขายและควบคุมการผลิตสินค้าในปัจจุบันได้ แม้ในตอนนี้จะมีเพียงบริษัทใหญ่ๆเท่านั้นที่มีการดำเนินการใช้งาน AI อย่างจริงจัง แต่ในอนาคตมันจะสามารถเข้าถึง E-Commerce รายย่อยได้ดีขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นเทคโนโลยีของ Amazon Go ที่ใช้ AI ในการควบคุมการจัดการเบื้องหลังร้าน และดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน หรือ 7-11 สาขา Lotte World ที่ใช้ AI คุมระบบต้อนรับลูกค้า

มันคงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจหากในอนาคตอันใกล้ เราจะเลือกให้ AI ตัดสินใจอะไรสำคัญๆมากขึ้น เช่นการเลือกสินค้าใหม่ ดูแลของ รวมไปถึงจัดการลูกค้าในระยะยาว แทนให้มนุษย์ทำ เพราะอย่างน้อยๆเราก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า AI คงไม่มีการมานั่งเถียงกับลูกค้าอย่างแน่นอน

 

2.E-Commerce รายย่อยจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง

การซื้อขายของออนไลน์นั้นสะดวก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะยินดีจับจ่ายใช้สอยบนโลกอินเทอร์เน็ต บรรดา E-Commerce ทั้งหลายจึงเริ่มเบนเป้าหมายจากการขายของบนโลกออนไลน์ 100% เป็นการเปิดตลาดใหม่บนโลกแห่งความเป็นจริง

โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Alibaba ที่มีการนำร่องเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยการสร้างหน้าร้านของตัวเองไว้ในจีนและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าเป็นการลดช่องว่างระหว่างผู้บริโภคและ E-Commerce

 

3.การส่งสินค้าจะใช้โดรนเป็นหลัก

ฝนตก รถติด แม้แต่รถไฟฟ้ายังไปไม่ได้ แต่ยังมีอีกเทคโนโลยีที่สามารถไปได้ทุกที่อย่างสะดวกรวดเร็ว นั่นคือโดรนส่งของลอยฟ้า

แม้จะดูเหนือจินตนาการไปบ้าง แต่นี่ยังอยู่ในแผนของ Amazon E-Commerce ยักษ์ใหญ่ ที่คิดจะสร้างหอคอยโดรนติดไว้ตามตึกต่างๆที่ตนเองเป็นเจ้าของเพื่อทำการส่งสินค้าในเขตเมือง โดยเฉพาะในเขตการจราจรแออัด หรือใช้ในชนบทที่รถเข้าถึงยาก เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งสินค้า

 

4.Virtual Reality จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในร้านค้า

แม้ในปัจจุบันจะดูห่างไกลและจับต้องได้ยากโดยเฉพาะประเทศไทย แต่ในอนาคตก็มีสัญญาณว่าเราอาจจะได้เดินช็อปในร้านค้าโลกเสมือนจริง ที่มีรายการสินค้าเรียงรายอยู่ราวกับเราอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งๆที่ตัวเรากำลังนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง

โดยเฉพาะสินค้าด้านแฟชั่นและเครื่องสำอาง ในอีก 10 ปีข้างหน้า VR จะมีบทบาทอย่างมากในการเปลี่ยนรูปโฉมของตัวเองให้เห็นเป็นสามมิติเหมือนกับตัวเองกำลังสวมชุด หรือแต่งหน้าอยู่จริงๆ ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย

 

5.Social Media คือตัวแปรในการเลือกสินค้าอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียมากมายติดอันดับต้นๆของโลก ทางผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอัตราการเติบโตของการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงปี 2560 นั้นอยู่ราวๆ 31% และอาจจะเติบโตขึ้นต่อไปได้อีกแม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว

เหตุผลหลักๆคือการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียเช่น Facebook หรือ Twitter สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายกว่า และมีต้นทุนต่ำกว่าการโฆษณารูปแบบอื่นพอสมควร

หลายสิ่งอาจจะอยู่ในความคาดการณ์แต่อย่าลืมว่าโลกสามารถเปลี่ยนไปในทิศทางใดก็ได้ใน 10 ปีข้างหน้า เราคงไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ 100 % แต่การวางแผนเพื่อรับมือมันคือสิ่งจำเป็นที่สุด

เพราะตลาด E-Commerce คือตลาดของโลกอนาคต…